แม้ได้รับการสนับสนุนที่ดี ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีญาติเข้าเยี่ยม: เข้าใจ 3 อุปสรรคสำคัญในงานเยี่ยมญาติผู้ต้องขังทางการเมือง

การเยี่ยมญาติเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่ผู้ต้องขังทางการเมืองรวมถึงผู้ต้องขังทั่วไปรอคอยในทุกๆวัน บางเรือนจำผู้ต้องขังที่จะได้รับการออกเยี่ยมญาติจะต้องเปลี่ยนเสื้อเป็นสีชุดที่เอาไว้เยี่ยมญาติ เช่น ชุดสีฟ้า หรือมีเสื้อเฉพาะที่ต้องสวมใส่เพื่อให้ทราบว่าผู้ต้องขังคนนี้เป็นคนที่กำลังจะมีญาติมาเยี่ยม การได้รับการบอกกล่าวหรือได้รับการนัดแนะจากญาติว่าจะมาเยี่ยมเป็นดั่งกำลังใจสำคัญให้พวกเขาได้มีจุดมุ่งหมายในชีวิตสำหรับวันวันนั้น

อย่างไรก็ตามในบรรดาผู้ต้องขังทางการเมืองกว่า 63 คนในเรือนจำ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีญาติคอยเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ โดยในจำนวนดังกล่าว เราพบว่ามีญาติไม่ถึงครึ่งเท่านั้นที่มาเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง แต่ในจำนวนครึ่งหนึ่งนั้นมีครอบครัวที่เข้าเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอที่เรือนจำได้เพียง 10-15 ครอบครัว โดยมีเหตุผล 3 ประการหลักๆ ที่ทำให้ญาติไม่สามารถเดินทางมาเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังได้ 


ประการแรก ผู้ต้องขังทางการเมืองเกือบครึ่งไม่ได้ถูกขังอยู่ในจังหวัดเดียวกับที่ตนเองมีภูมิลำเนาหรือครอบครัวอยู่ที่นั่น  นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ต้องขังทางการเมืองส่วนใหญ่ไม่มีญาติมาเยี่ยม โดยญาติอาจจะเลือกมาเยี่ยมเฉพาะในการเปิดเยี่ยมญาติใกล้ชิด ซึ่งอาจจะจัดขึ้นปีละ 1-2 ครั้ง เพราะเป็นกิจกรรมที่ทางเรือนจำ จัดให้มีเวลาประมาณ​ 2 ชั่วโมงที่จะได้นั่งรับประทานอาหารและพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด มากกว่าที่จะเข้าเยี่ยมผ่านห้องเยี่ยมซึ่งมีกระจกกั้นที่กำหนดให้พูดคุยผ่านโทรศัพท์ในเวลาเพียง 15-20 นาที

เหตุผลด้านอื่นๆที่เราพบสืบเนื่องมากับเรื่องความห่างไกลของพื้นที่คุมขัง คือปัจจัยเรื่องอายุของญาติๆ ผู้ต้องขังบางคนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่อายุมากแล้ว เมื่อขาดเสาหลักอย่างพวกเขาไป พ่อแม่จึงไม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมได้เนื่องจากอยู่ไกลและอาจจะไม่มีความถนัดด้านเทคโนโลยีในการเข้าเยี่ยมออนไลน์หรือการส่งจดหมายอิเลคทรอนิก

ประการที่สอง เนื่องจากการเข้าเยี่ยมมักจะเปิดเฉพาะช่วงจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-14.30 น. ซึ่งอยู่ในวันและเวลาราชการ ทำให้ครอบครัวที่มีคนในครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยทำงานไม่สามารถมาเยี่ยมผู้ต้องขังได้เพราะเลือกที่จะใช้เวลาทำงานหาเงินมากกว่า โดยเฉพาะในครอบครัวที่ต้องเลี้ยงลูกเล็กๆหรือจำเป็นต้องหาเงินคนเดียวเพราะขาดหัวหน้าครอบครัวไป

ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกเรือนจำจะเปิดให้เยี่ยมได้ทุกวัน มักมีการกำหนดวันและเวลาอย่างชัดเจนในบางเรือนจำ แบ่งตามแดนที่ผู้ต้องขังแต่ละคนถูกคุมขัง ทำให้วันที่จะสามารถเข้าเยี่ยมได้ไม่ใช่ 5 วันทำการต่อสัปดาห์ แต่อาจจะมีเพียง 2 หรือ 3 วันเท่านั้น และอาจจะมีการกำหนดลึกลงไปว่าจะสามารถเข้าเยี่ยมได้ช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย ด้วยการการมีข้อกำหนดลักษณะนี้ในบางเรือนจำ จึงทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเข้าเยี่ยมต่อญาติพอสมควรเพราะมีวัน-เวลาที่เข้าเยี่ยมได้อย่างจำกัด หากไม่สามารถไปเยี่ยมได้ในวันและเวลาดังกล่าวก็จะต้องรออาทิตย์ต่อไป 

ประการที่สาม แนวคิดทางการเมืองของผู้ต้องขังกับครอบครัวไม่ตรงกัน ในหลายๆครอบครัว ไม่ได้สนับสนุนการทำกิจกรรมหรือการแสดงออกของผู้ต้องขังมาตั้งแต่ต้น ทำให้ผู้ต้องขังกับครอบครัวมีปัญหากันตั้งแต่เริ่มมีคดีความทางการเมือง ดังนั้นผู้ต้องขังบางส่วนเลือกที่จะออกมาใช้ชีวิตด้วยตนเองหรือไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวมาเป็นเวลานานแล้ว เมื่อคดีมาถึงวันฟังคำพิพากษาและต้องเข้าเรือนจำ จึงไม่ได้ติดต่อญาติหรือเลือกที่จะไม่ติดต่อเพื่อความสบายใจของผู้ต้องขัง

ขณะเดียวยังก็มีบางครอบครัวที่ไม่กล้ามาเยี่ยมผู้ต้องขังหรือเลือกจะไม่มาข้องเกี่ยวเองเนื่องจากเกรงว่าการยุ่งเกี่ยวกับผู้ต้องขังในคดีทางการเมืองจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนต่อหน้าที่การงานของตนเองหรือครอบครัวได้  

ฟรีด้อมบริดจ์ทราบและเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเยี่ยมญาติของผู้ต้องขังทางการเมือง จึงมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามจริงในการเยี่ยมญาติใกล้ชิด อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังกับญาติได้ใช้เวลาร่วมกันและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกวัยกำลังโต การเยี่ยมญาติใกล้ชิดเป็นโอกาสที่ดีโอกาสหนึ่งที่จะทำให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง แต่เนื่องด้วยปัญหาข้างต้น การได้เยี่ยมญาติในกลุ่มผู้ต้องขังทางการเมืองก็ยังมีความถี่ที่ค่อนข้างต่ำ

สิ่งนี้จึงเป็นงานที่เรายังคงต้องช่วยผลักดันและสนับสนุนพวกเขาต่อไป อย่างน้อยก็ในเรื่องพื้นฐานเช่นเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อตัดอุปสรรคและลดความกังวลในด้านนี้ลง

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ผู้ต้องขังทางการเมืองเท่านั้นแต่เกิดขึ้นกับผู้ต้องขังในคดีอื่นๆเช่นเดียวกันและเรือนจำโดยทั่วไปก็ทราบถึงปัญหาดังกล่าว จึงมีการพยายามเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารเช่นจดหมายกระดาษ จดหมายอิเลคทรอนิก และการเยี่ยมทางไลน์ ซึ่งเราจะได้นำเสนอในคราวต่อไป 

———-

แม้ผู้ต้องขังทางการเมืองจะได้รับการสนับสนุน ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ไม่สามารถควบคุมได้อีกมากมายที่ทำให้ผู้ต้องขังทางการเมืองเข้าไม่ถึงคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตที่ดี มาร่วมเป็นส่วนเล็กๆในการหนุนเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังกับเราได้ที่

———-

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เลขบัญชี 800-9-71446-2
ชื่อบัญชี มูลนิธิสิทธิเพื่อความยุติธรรม
.
ผู้ที่สะดวกสนับสนุนผ่านบัตรเครดิต สามารถสนับสนุนได้ที่เว็บไซต์ engagethailand
(เฉพาะผู้ที่มีรายได้ในสหรัฐอเมริกา สามารถลดหย่อนภาษีได้)
https://www.engagethailand.org/supportpoliticalprisoners

Share This Story

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า