ปัจจุบันผู้ต้องขังทางการเมืองในหลายเรือนจำ ยังเผชิญกับปัญหาความขัดข้องในการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก ทั้งการไม่สามารถเพิ่มชื่อเพื่อนๆ เข้าเป็น 1 ใน 10 รายชื่อเนื่องจากไม่ใช่ญาติทางสายเลือด หรือการไม่สามารถรับจดหมายจากคนที่ไม่ใช่ 10 รายชื่อได้ แม้มีการพยายามเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด
ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่เราพบในการทำงานคือ ระบบการสื่อสารของผู้ต้องขังกับญาติในแต่ละเรือนจำแตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง เรียกว่าแต่ละที่มีระบบระเบียบในการติดต่อเป็นของตนเอง สิ่งนี้ก่อให้เกิดความสับสนต่อญาติและตัวผู้ต้องขัง ทั้งยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเข้าใจได้สำหรับพวกเขาว่าเหตุใดเรือนจำหนึ่งกับอีกเรือนจำหนึ่งจึงต้องมีการใช้กฎและดุลยพินิจที่แตกต่างกันไป ทั้งที่เป็นเรือนจำเหมือนกัน
ความเปล่าเปลี่ยวและสภาวะกำลังใจถดถอย เป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังทางการเมืองส่วนใหญ่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องขังที่ถูกขังอยู่คนเดียวในเรือนจำห่างไกล พวกเขาควรมีโอกาสได้รับทราบถึงความห่วงใยของเพื่อนๆไม่น้อยไปกว่าผู้ต้องขังในที่อื่นๆ แต่ในหลายเรือนจำยังมีข้อจำกัดด้านการติดต่อสื่อสารและการเข้าเยี่ยม
ข้อกำหนด 10 รายชื่อที่มีการบังคับใช้ในเรือนจำทั่วประเทศในปัจจุบัน ทำให้ผู้ต้องขังจำเป็นต้องทราบชื่อ-นามสกุลที่สะกดอย่างถูกต้องของเพื่อนหรือญาติ แม้กฎระเบียบของเรือนจำไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นญาติที่มีนามสกุลเดียวกันหรือญาติทางสายเลือดเท่านั้นแต่เราพบว่ามีอย่างน้อย 2 เรือนจำ ไม่อนุญาตให้มีการเพิ่มชื่อเพื่อนหรือคนที่ไม่ใช่ญาติ และแม้จะเพิ่มชื่อได้ ก็ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม หากไม่เข้าเยี่ยมพร้อมญาติทางสายเลือด
ดุลยพินิจและข้อบังคับอย่างเฉพาะเจาะจงเป็นบางเรือนจำเช่นนี้ นำมาซึ่งคำถามใหญ่ๆว่า หากผู้ต้องขังไม่มีญาติหรือไม่ได้ติดต่อกับญาติอีกแล้ว พวกเขาจะมีทางเลือกอะไรในการเข้าถึงความช่วยเหลือและกำลังใจจากบุคคลอื่น โดยเฉพาะในกรณีของผู้ต้องขังทางการเมืองนั้น มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีญาติหรือไม่ได้ติดต่อกับญาติ ไม่ว่าจะเนื่องมาจากความขัดแย้งทางความคิดหรือการเลือกที่จะไม่ติดต่อกันก็ตาม ผู้ต้องขังควรมีสิทธิ์ได้เพิ่มชื่อและได้รับการเข้าเยี่ยมจากคนที่พวกเขาสมัครใจจะเพิ่มชื่อ แม้ไม่ใช่ญาติทางสายเลือดก็ตาม
อุปสรรคของผู้ต้องขังในการเข้าถึงความช่วยเหลือยังไม่หมดเพียงเท่านั้น นอกจากจะไม่ได้รับการเข้าเยี่ยมแล้ว เราพบว่าในบางเรือนจำยังไม่อนุญาตให้ผู้ต้องขังเขียนจดหมายถึงคนที่อยู่นอก 10 รายชื่อด้วย นั่นแปลว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับเพื่อนที่ไม่ได้อยู่ใน 10 รายชื่อในทุกรูปแบบ แม้จดหมายจะเป็นการสื่อสารที่ถูกตรวจสอบอย่างเคร่งครัดอยู่แล้วจากเรือนจำก็ตาม
นอกจากนี้ อีกหนึ่งอุปสรรคที่สำคัญไม่แพ้เรื่องการเข้าเยี่ยมและเกี่ยวพันกับการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่คือ การที่ผู้ต้องขังบางคนไม่สามารถมีบัตรฝากเงินเพื่อให้ได้รับการฝากเงินทางออนไลน์ได้ เพราะเรือนจำหลายแห่งมีข้อกำหนดในทางปฎิบัติว่าต้องเป็นญาติเท่านั้นจึงทำบัตรฝากเงินได้ ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่การฝากเงินที่หน้าเรือนจำก็ต้องกระทำโดยผู้ที่มีรายชื่อด้วยเช่นกัน
ที่สุดแล้วเรือนจำซึ่งเป็นหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง มีข้อกำหนดให้ทุกคนที่มาติดต่อต้องยื่นบัตรประชาชนเพื่อแสดงตัวก่อนการเข้าเยี่ยมหรือฝากเงิน ซึ่งทำให้เรือนจำมีโอกาสเก็บข้อมูลผู้เข้าเยี่ยมได้อยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องจำกัดเพียงแค่ 10 รายชื่อ แต่ระเบียบเรื่องการจำกัดผู้ที่จะเข้าเยี่ยมได้ให้เหลือเพียง 10 รายชื่อยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นและเคร่งครัด บางเรือนจำครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการเข้าเยี่ยม เขียนจดหมายและฝากเงิน โดยอ้างถึงประโยชน์แห่งความสะดวกในการควบคุม
สิทธิในการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยเสริมสร้างจิตใจที่เข้มแข็งให้แก่ผู้ต้องขังแล้ว ยังช่วยล่อเลี้ยงความรู้สึกในความเป็นมนุษย์ของพวกเขาเอาไว้ แต่ตราบใดที่การบังคับใช้ระเบียบยังคงแตกต่างกันตามดุลยพินิจของผู้ปฎิบัติงานอยู่เช่นนี้ ผู้ต้องขังทางการเมืองบางส่วนก็ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ทับซ้อนกันระหว่างความทุกข์ใจจากความรู้สึกอยุติธรรมเนื่องจากไม่มีโอกาสได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดีและความทุกข์กายจากการเข้าไม่ถึงความสนับสนุนจากคนภายนอกครอบครัว
—–
