4 ความกังวลของผู้ต้องขังหลังปล่อยตัวและทางออกในการช่วยเหลือ

แม้ว่าการ “พ้นโทษ” หรือ “ได้รับการประกันตัว” จะเป็นที่สุดของช่วงเวลาที่ผู้ต้องขังหลายคนรอคอยเพราะทุกคนรู้ดีว่าอิสรภาพเขาคือสิ่งมีค่าสำหรับพวกเขา แต่รู้หรือไม่ช่วงเวลาที่ใกล้จะได้รับอิสรภาพกลับสร้างความหวาดหวั่นและกังวลใจให้พวกเขาบางคนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ถูกคุมขังมาเป็นเวลานาน

ฟรีด้อมบริดจ์พบว่าหลายครั้งผู้ต้องขังที่ใกล้จะได้รับการปล่อยตัวหรือมีวันปล่อยตัวที่แน่ชัดจนเรียกว่าสามารถนับวันรอการปล่อยตัวได้เลยนั้น กลับมีภาวะของความกังวลใจหรือความเครียดเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ความเครียดนี้ทำให้เกิดความกังวลจนมีอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิดเป็นระยะ หรือเกิดความสับสนต่ออนาคตข้างหน้าของพวกเขา โดย 4 เรื่องหลักที่ผู้ต้องขังมักกังวลเมื่อใกล้พ้นโทษ ได้แก่

1.พวกเขาจะสามารถทำงานอย่างคนอื่นๆได้หรือไม่ 

ความกังวลต่อการหาเลี้ยงชีพ ดูจะเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของทุกคน เนื่องจากพวกเขาทราบว่าจะต้องมีประวัติอาชญากรรมติดตัวแม้พ้นโทษแล้ว เนื่องจากประวัติอาชญากรรมไม่ได้ระบุคดีที่พวกเขาทำ โดยเฉพาะในคดีการเมืองซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับความคิด การวิพากษ์วิจารณ์ แต่เมื่อต้องเข้าเรือนจำพวกเขาก็ถูกปฎิบัติไม่ต่างกับผู้ต้องขังในคดีอาญาประเภทอื่นๆและถูกตีตราในประวัติอาชญากรรมเช่นเดียวกัน 

การเลี้ยงปากท้องได้ทำให้อดีตผู้ต้องขังใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี พวกเขาล้วนอยากพิสูจน์ตัวเองและพึ่งพาตนเอง การมีโอกาสได้กลับไปทำงานในความสามารถที่ตนเองถนัดจะสร้างความมั่นใจให้พวกเขาได้ไม่มากก็น้อย เพราะพวกเขาเองก็กลัวการต้องกลายเป็นภาระของครอบครัวทั้งที่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และหลายคนยังอยู่ในช่วงอายุของวัยทำงาน

2.พวกเขาจะยังสามารถกลับเข้าไปอยู่ในครอบครัวหรือสังคมได้หรือไม่

สำหรับผู้ต้องขังที่มีครอบครัว การกลับไปหาครอบครัวคือสิ่งที่พวกเขารอคอย แม้เป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังกังวลว่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนก่อนเข้าเรือนจำได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับบางคนที่ไม่สามารถกลับไปหาครอบครัวได้อีกแล้วเนื่องจากได้เลิกร้างกันระหว่างที่ถูกคุมขัง

ผู้ต้องขังหลายคนอาจกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและครอบครัว หรือเขากับลูกที่ยังเล็ก เนื่องจากไม่ได้อยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานาน หลายคนกังวลว่าลูกจะจำเขาได้หรือไม่ ลูกจะรู้สึกรักและผูกพันกับเขาหรือไม่ รวมไปถึงญาติพี่น้องจะให้การยอมรับเขามากแค่ไหน หลายเรื่องเป็นความกังวลที่มีแนวโน้มมาจากประสบการณ์หรือสิ่งที่พวกเขาเคยได้ยินมาจากคนอื่นๆ แต่หลายเรื่องก็เป็นความกังวลที่ถูกสร้างขึ้นจากการขาดความรับรู้เกี่ยวกับครอบครัวหรือสังคมภายนอก

3.พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน
หลายคนถูกควบคุมตัวอย่างกระทันหันและไม่ได้รับการประกันตัวจนพ้นโทษ พวกเขาไม่มีโอกาสได้จัดการสิ่งของในห้องเช่าหรือบ้านเช่า หากไม่มีเพื่อนหรือคนที่สามารถฝากฝังธุระได้ สิ่งของของพวกเขารวมถึงเอกสารสำคัญอาจสูญหาย บ้านเช่าหรือห้องเช่าที่ยังคงค้างเงินค่าเช่าเดือนล่าสุดคงถูกปล่อยให้คนอื่นเช่าไปนานแล้ว
สำหรับผู้ที่ต้องพ้นโทษออกจากเรือนจำ ที่อยู่อาศัยชั่วคราวก็มีความจำเป็น บางคนต้องการที่พักราว 1-2 วัน ก่อนที่จะหาทางติดต่อกับครอบครัวหรือเดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดเพื่อใช้เวลาตั้งตัวก่อนจะเริ่มหางานทำ หากพวกเขายังมีครอบครัวรออยู่ หลายคนเลือกที่จะกลับบ้านในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านเกิดของพวกเขา

4.สภาพจิตใจที่รอวันรักษา

ผู้ต้องขังทางการเมืองส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่เคยสัมผัสบรรยากาศของเรือนจำมาก่อน พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะต้องถูกคุมขังจากการโพสต์เฟซบุ๊ก แชร์เพจทางการเมือง หรือแม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ  เมื่อต้องเข้าเรือนจำหลายคนใช้เวลาปรับตัวนานหลายเดือนและสำหรับบางคนแม้จะผ่านไปเป็นปีแล้วก็ยังไม่สามรถปรับตัวได้ เนื่องจากรู้สึกถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีความและอยู่อาจต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกปฎิบัติอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการต่อสู้คดีแต่ไม่ได้รับการประกันตัว

เมื่อถึงวันที่พวกเขาได้รับการปล่อยตัวไม่ว่าจะด้วยการประกันตัวหรือพ้นโทษ ผู้ต้องขังบางคนยังคงฝันร้าย บางคนยังไม่สามารถตั้งเป้าหมายในชีวิตได้ หรือมีความรู้สึกว่าตัวเองถูกลดคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากพวกเขามีครอบครัวและคนรอบข้างที่พร้อมใส่ใจดูแล พวกเขาคงจะสามารถผ่านความบอบช้ำทางจิตใจไปได้แม้ต้องใช้เวลาสักระยะ แต่สำหรับอดีตผู้ต้องขังบางคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวเป็นหลัก การได้รับคำปรึกษาจากนักบำบัดอย่างต่อเนื่องก็อาจช่วยลดความรู้สึกติดลบภายในจิตใจของพวกเขาได้

ฟรีด้อมบริดจ์ทำการสำรวจปัญหาเบื้องต้นและพร้อมช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองพื่อช่วยบรรเทาความกังวลของพวกเขาต่ออนาคตหลังการปล่อยตัว โดยการมอบเงินสนับสนุนภายหลังออกจากเรือนจำเพื่อให้พวกเขาได้ใช้จัดการชีวิตในเบื้องต้น เช่นการ เช่าที่พักชั่วคราวหรือซื้อโทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อกับครอบครัว รวมถึงการช่วยประสานงานเรื่องการอบรมหรือหางานทำตามเงื่อนไขในชีวิตของแต่ละคน นอกจากนี้เรายังมีนักบำบัดให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ และเตรียมพวกเขาพร้อมกลับเข้าสู่สังคมและครอบครัว

———-
ผู้ต้องขังทางการเมืองได้ที่กำลังจะถูกปล่อยตัวต้องการทั้งกำลังใจและการสนับสนุนในหลากหลายรูปแบบ ร่วมสนับสนุนพวกเขาได้ที่
———-
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
Account Number: 800-9-71446-2 Swift Code: AYUDTHBK
Account Name: RIGHTS FOR JUSTICE FOUNDATION
.
ผู้ที่สะดวกสนับสนุนผ่านบัตรเครดิต
สามารถสนับสนุนได้ที่เว็บไซต์ engagethailand
(เฉพาะผู้ที่มีรายได้ในสหรัฐอเมริกา สามารถลดหย่อนภาษีได้)

Share This Story

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า