จดหมายออนไลน์ ใช้สะดวก ราคา(เกือบ)ดี แต่ทำไมยังมีคนเข้าไม่ถึง 

ปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศมีความพยายามที่จะออกแบบและพัฒนาระบบนำร่องในการติดต่อสื่อสารระหว่างญาติกับผู้ต้องขังเพื่อให้ครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกันได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วยเทคโนโลยี เกือบทุกเรือนจำที่มีผู้ต้องขังทางการเมืองถูกขังอยู่ในขณะนี้ มีระบบเยี่ยมทางไลน์และเริ่มมีระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งใช้เวลารับ-ส่ง น้อยกว่าระบบจดหมายที่ใช้กระดาษอย่างมาก 

ทั้งนี้แต่ละเรือนจำและแต่ละช่องทาง มีระยะเวลารอคอยและรับ-ส่งจดหมายที่แตกต่างกัน โดยระบบจดหมายที่รับ-ส่งรวดเร็วที่สุดใช้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้น และระยะเวลานานที่สุดในการตรวจสอบจดหมายที่เราพบคือ 7 วัน อย่างไรก็ตามทั้งจดหมายแบบกระดาษและแอปพลิเคชันอาจมีการจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่เป็นญาติหรือผู้ที่เป็นสิบรายชื่อของผู้ต้องขัง โดยจะมีการแจ้งให้ทราบก่อนสมัครใช้บริการ ปัจจุบันพบว่ามีเพียง Domimail ที่ยังไม่จำกัดรายชื่อผู้ติดต่อ 

ฟรีด้อมบริดจ์พบว่าระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เฉพาะใน 15 เรือนจำที่มีผู้ต้องขังทางการเมืองถูกขังอยู่ มีการให้บริการต่างกันถึง 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 2 แอปพลิเคชัน คือ Domimail กับ Promp Post (ระบบไปรษณีย์ไทย) และมีการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อเขียนจดหมายชื่อ BRP-connect ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ระบบโดยรวมมีหน้าตาและวิธีการใช้งานแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทุกแบบสามารถจ่ายเงินทางออนไลน์ได้ โดยมีทั้งระบบสแกน โอนจ่ายและ บัตรเครดิต 

แม้ว่าทั้ง 3 ระบบการติดต่อจะถูกออกแบบหน้าตามาอย่างสวยงามและดูเหมือนเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน แต่สำหรับญาติผู้ต้องขังวัยชรา ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่สามารถตอบโจทย์พวกเขาได้มากนัก เราพบว่าพ่อแม่บางคนไม่ถนัดการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คและไม่ได้ใช้บัญชีออนไลน์ในการใช้จ่าย เนื่องจากกังวลเรื่องมิจฉาชีพที่จะดูดเงินหรือหลอกโอนเงิน พวกเขาจึงต้องเดินทางไปยังเคาท์เตอร์เซอวิสที่รับชำระเงินค่าจดหมายหากต้องการจะซื้อจดหมายออนไลน์  ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกยุ่งยากสำหรับผู้ที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลตัวเมือง หลายครอบครัวจึงเลือกที่จะไม่ใช้บริการจดหมายลักษณะนี้ แต่รอเวลาไปเยี่ยมทางเรือนจำแทน 

อีกหนึ่งปัญหาในการใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเกิดกับจดหมายในรูปแบบกระดาษด้วยคือเรื่องการตรวจสอบจดหมาย ตามกฎความปลอดภัยของเรือนจำ จดหมายจะต้องถูกเจ้าหน้าที่อ่านและตรวจสอบกว่าจะเดินทางมาถึงผู้ต้องขัง บ่อยครั้งจดหมายก็ถูกแลกเปลี่ยนให้ผู้ต้องขังคนอื่นได้อ่านด้วย เพราะคนข้างในไม่มีกิจกรรมบันเทิงใจให้ทำมากนัก การสลับกันอ่านจดหมายของคนอื่นอาจจะเกิดขึ้นบ้างคล้ายการอ่านนิยาย 

อย่างไรก็ตามการที่จดหมายอาจถูกอ่านจากคนมากหน้าหลายตารวมถึงถูกเก็บเป็นไฟล์ดิจิตัลไว้ในฐานข้อมูลอาจทำให้ญาติเกิดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัว การพูดคุยในเรื่องสำคัญหรือมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่ต้องการให้ใครทราบจึงไม่สามารถบอกเล่าผ่านจดหมายได้

ปัญหาเรื่องเนื้อหาของจดหมายยังรวมไปถึงการที่จดหมายของเรือนจำทั้งขาเข้าและออก มีการตรวจสอบค่อนข้างเคร่งครัด ก่อให้เกิดอุปสรรคกับผู้ต้องขังทางการเมืองที่อยากเขียนวิพากษ์วิจารณ์สังคมหรือพูดถึงแนวคิดทางการเมืองของตนเองเช่นเดียวกัน ตลอดเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาฟรีด้อมบริดจ์พบการเซ็นเซอร์จดหมายหลายฉบับของผู้ต้องขังทางการเมือง ทั้งในลักษณะที่ไม่อนุญาตให้มีการส่งออกจดหมายทั้งฉบับ หรือการเลือกลบคำบางคำในจดหมายออก รวมถึงเซ็นเซอร์รูปภาพที่ถูกส่งเข้าไป การเสียเงินซื้อจดหมายจึงไม่ได้แปลว่า จดหมายทุกฉบับจะถูกรับ-ส่งได้ทั้งหมด และเป็นเรื่องที่ผู้ต้องขังทางการเมืองและญาติต้องคิดมากขึ้นเมื่อเขียนจดหมายแต่ละฉบับ

ปัญหาทั้งสองรูปแบบข้างต้น เป็นปัญหาทั้งในเชิงเทคนิค ความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว และอิสรภาพที่จะคิดเขียน แต่ยังมีปัญหารูปแบบที่สามซึ่งเราพบเจอได้บ่อยครั้งในกลุ่มญาติๆ คือ “ปัญหาด้านค่าใช้จ่าย”

ระบบซื้อจดหมายทุกรูปแบบ (นอกจากระบบ Promp Post ที่ยังอยู่ในระยะทดลองใช้ ไม่มีค่าใช้จ่าย) มีการขายเป็นชุด ชุดละ 10 ฉบับ ราคา 100 บาทโดยไม่สามารถแยกซื้อได้ ซึ่งญาติจะเป็นผู้ซื้อให้ผู้ต้องขังผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่เปิดขาย หลังจากนั้นผู้ต้องขังจะได้รับกระดาษจดหมาย 10 แผ่นที่มีเส้นบรรทัดราว 15 บรรทัดเพื่อเขียนจดหมาย โดยจะต้องเก็บรักษากระดาษปึกนั้นไว้ให้ดีเพราะหากทำหายจะไม่มีการชดเชยให้ และหากญาติต้องการติดต่อกับผู้ต้องขังก็ต้อง จ่ายเงินอีก 100 บาท เพื่อซื้อจดหมายอีก 10 ฉบับให้ตัวเอง รวมแต่ละครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายราว 200 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) ในการใช้จ่ายเพื่อติดต่อกับผู้ต้องขัง   

หลายคนมองว่า เงิน 200 บาทต่อครั้ง เป็นเงินจำนวนเพียงเล็กน้อยหากแลกกับการที่ญาติและผู้ต้องขังได้มีช่องทางติดต่อสื่อสารกัน แต่สำหรับอีกหลายๆครอบครัว เงิน 200 บาท หรือ เงินประมาณ 600 บาท/เดือน สำหรับจดหมาย 30 ฉบับ (กรณีเขียนทุกวัน) เป็นจำนวนเงินที่พวกเขาไม่สามารถจ่ายได้หรือเลือกที่จะไม่จ่าย หลายๆครอบครัวยังคงมีความขัดสนและประสบปัญหาที่จะนำเงินที่ได้เป็นรายวันมาใช้จ่ายเกี่ยวกับจดหมาย เมื่อเราสำรวจและทราบปัญหาในแง่นี้ จึงมีการเพิ่มความสนับสนุนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในดารซื้อจดหมายระหว่างผู้ต้องขังและญาติ 

สำหรับผู้ต้องขังบางคน ครอบครัวเปรียบเสมือนกำลังใจที่สำคัญที่สุด การร่วมกันรักษาและประคับประคองความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องขังและญาติจึงมีความจำเป็น แม้ยังคงมีปัญหาเชิงเทคนิคเกี่ยวกับวิธีการใช้งานและความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบเนื้อหาที่เขียนและความเป็นส่วนตัว แต่การเขียนจดหมายก็เป็นอีกหนึ่งในทางเลือกที่ค่อนข้างราคาถูกและประหยัดเวลา เหมาะกับญาติๆที่อยู่ไกลและไม่สามารถเดินทางมาเพื่อเข้าเยี่ยมได้ด้วยตนเอง 

การสนับสนุนให้ผู้ต้องขังทางการเมืองและญาติมีช่องทางที่จะได้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพที่คนทั่วไปสามารถร่วมกันทำได้ 

———-
ร่วมสนับสนุนผู้ต้องขังทางการเมืองได้ที่
———-

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
Account Number: 800-9-71446-2 Swift Code: AYUDTHBK
Account Name: RIGHTS FOR JUSTICE FOUNDATION
.
ผู้ที่สะดวกสนับสนุนผ่านบัตรเครดิต
สามารถสนับสนุนได้ที่เว็บไซต์ engagethailand
(เฉพาะผู้ที่มีรายได้ในสหรัฐอเมริกา สามารถลดหย่อนภาษีได้)
https://www.engagethailand.org/supportpoliticalprisoners



Share This Story

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า